คำแนะนำทางด้านเทคนิค

ยินดีต้อนรับสู่แหล่งความรู้ที่รวมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับยาง
ตั้งแต่วิธีการเลือกยางขั้นพื้นฐาน สิ่งที่ควรมองหาในยาง ยางถูกผลิตขึ้นมาอย่างไร วิธีการตรวจสอบยาง และอื่นๆอีกมากมาย
ยิ่งคุณเรียนรู้ได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานของยาง และใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

1) ความรู้พื้นฐานเรื่องยาง

ยางถูกผลิตขึ้นมาอย่างไร

ยางถูกผลิตขึ้นมาอย่างไร
วัตถุดิบมากกว่า 200 ชนิดถูกนำมาผสมเพื่อผลิตยาง อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตยางคือยางธรรมชาติ ยางสังเคราห์ ลวดเหล็ก ผ้าใบ และคาร์บอนแบล็ค ส่วนประกอบหลายอย่างนำมาประกอบใส่ในยางเส้นเดียว เพราะส่วนต่างๆทำหน้าที่แตกต่างกัน

 

Watch the video

3 ขั้นตอนในการเลือกยาง

1) เลือกการใช้งานยางให้ถูกต้อง มิชลินมียางหลากหลายรุ่นให้เลือกตามการใช้งาน ยางมิชลินแต่ละรุ่นจะตอบสนองต่อลักษณะการใช้งานที่ต่างกัน เช่น ใช้งานบนทางตรงยาวไกล ทางหลวงไกล้+ไกล ถนนในเมือง นอกถนน

 

2) เลือกขนาดยางที่ถูกต้อง การรับน้ำหนักสูงสุดต่อเพลาจะถูกกำหนดจากผู้ผลิตรถตามข้อกำหนดในปัจจุบัน การสวมใส่ยางที่สามารถรองรับน้ำหนักได้เยอะไม่ได้หมายความว่าสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด ขนาดของกะทะล้อจำเป็นสอดคล้องกับขนาดของยาง(ความกว้างของกะทะล้อ): จากมาตราฐาน ETRTO หรือคู่มือ/คำแนะนำจากผู้ผลิต อย่าสวมใส่ยางบนกะทะล้อที่ไม่ได้รับการรับรอง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายกับล้อและยาง อาจทำให้ยางมีพื้นที่หน้าสัมผัสที่ไม่เหมาะสม โครงยางทำงานหนัก และอาจส่งผลต่อการยึดเกาะถนน และอายุการใช้งานของยาง

 

3) เลือกรูปแบบของดอกยางที่เหมาะสม โดยดูจากรูปแบบ, ลักษณะการใช้งาน  และตำแหน่งเพลาที่เหมาะสม : F สำหรับเพลาหน้า, D สำหรับเพลาขับ, T สำหรับหางพ่วง, Z สำหรับทุกตำแหน่ง            

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเลือกใช้ยางจากเรา  

Full Product Databook

2) วิธีการอ่านเครื่องหมายที่แก้มยาง

ที่แก้มยาง

แก้มยางไม่ได้ระบุแค่ขนาดของยาง ในความเป็นจริงแล้ว มีเครื่องหมายที่แตกต่างกันถึง 25 อย่าง เรียนรู้วิธีการอ่านค่าต่างๆ ว่าหมายถึงอะไร เพื่อให้สามารถเลือกใช้ยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

How to read tyre sizing

tyreid

tyreid

Tyre position diagram

Tyre position diagram

 

วิธีการอ่านหมายเลขยาง DOT คือหมายเลข

DOT คือหมายเลขประจำตัวของยางเส้นนั้น เปรียบเสมือนสูติบัตรของยางคุณ ซึ่งจะให้ข้อมูลโรงงานและสัปดาห์ที่ผลิต

มิชลินใช้ชื่อ, ตัวเลข หรือตัวหนังสือต่างๆ เพื่อระบุลักษณะการใช้งาน รูปแบบดอกยาง ลักษณะโครงยางหรือคุณลักษณะเด่น
ในปี 2012 มิชลินได้เริ่มเปลี่ยนแปลงชื่อยางรถบรรทุกและสัญลักษณ์บนแก้มยาง เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจความหมายได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างชื่อใหม่ มิชลิน เอ็กซ์ มัลติ, เอ็กซ์ ไลน์ และเอ็กซ์ เวิร์คส ที่ง่ายต่อการมองเห็นบนแก้มยาง

ดอก

ดอกสร้อย

ลักษณะ: ร่องดอกยางวางขนานไปกับขอบยาง ร่องดอกยางจะลึกตั้งแต่ 8.5 ม.ม. ถึง 18 ม.ม.
คุณสมบัติเด่น: จะช่วยในเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิง แต่จะไม่ช่วยในด้านการยึดเกาะถนนเปียก
ตำแหน่ง: โดยทั่วไปจะใส่ในตำแหน่งเพลาหน้าของรถบรรทุกและเพลาล้อฟรีอื่นๆ เช่น ตำแหน่งหางพ่วง และสามารถใส่ในตำแหน่งเพลาขับ ในงานที่ไม่ต้องการแรงตะกุยมาก

 

 

 

 

 

ดอกก้อนหรือดอกบั้ง

Characterization: Grooves placed laterally and perpendicular to the bead, ranging from 14/32nds to 32/32nds.Benefits: Selected primarily for traction and improved mileage.Position: Usually found on the drive or torque axle. The increased tread depth is needed to offset the scrubbing and/or spinning that can occur when power is transmitted to the drive axle

 

rib tread design

rib tread design


 

block tread design

block tread design

3) การดูแลรักษายางและความปลอดภัย

เทคนิคในการดูแลรักษายาง

วิธีการเพิ่มอายุการใช้งาน การรักษายางให้สึกเรียบสม่ำเสมอ และใช้ยางอย่างปลอดภั

ปัจจัยสำคัญในการใช้ยางได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการดูแลรักษายางที่เหมาะสม การดูแลรักษายางอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของยาง ถ้าคุณทำตามขั้นตอนพื้นฐานในการดูแลรักษายางของคุณ จะช่วยให้คุณสามารถใช้ยางได้ยาวนานสูงสุด สึกเรียบ สม่ำเสมอ และปลอดภัย

ความดันลมยางที่เหมาะสม: ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษายาง

ปัญหาของยางในปัจจุบันมักเกิดจากความไม่ใส่ใจ หรือประมาท จากการดูแลความดันลมยางที่เหมาะสม ไม่มียางชนิดไหนที่สามารถเก็บลมยางได้อย่างคงที่ตลอดเวลา เพื่อหาความดันลมยางที่เหมาะสมกับการใช้งาน จึงควรชั่งน้ำหนักรถบรรทุกก่อน

 

วิธีการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกของคุณ

ต้องให้แน่ใจว่าคุณชั่งน้ำหนักรถของคุณแบบบรรทุกเต็มที่ โดยที่ทุกเพลาต้องชั่งน้ำหนักแยกกัน น้ำหนักรวมของแต่ละเพลาควรเปรียบเทียบกับข้อมูลในหนังสือคู่มือจากโรงงานผลิตยาง เพื่อคำนวณแรงดันลมยางที่เหมาะสม
น้ำหนักบรรทุกของแต่ละเพลาควรได้รับการบันทึกไว้ ถ้าน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่ยางสามารถรับได้ต่ำกว่าน้ำหนักจริงที่ชั่งได้ คุณควรจะเปลี่ยนไปใช้ยางที่รองรับน้ำหนักบรรทุกที่มากขึ้นหรือใช้ยางที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม

 

 

ผลกระทบจากการใช้ความดันดันลมยางต่ำ

*ความดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตราฐาน จะทำให้แก้มยางมีการขยับตัวมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดความร้อนสะสมที่เพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ให้โครงยางเกิดการล้าตัว และเสื่อมสภาพตามมา

 

ผลกระทบจากการใช้ความดันลมยางสูง

ยางจะได้รับความเสียหายได้ง่ายขึ้นจากการกระแทก และดอกยางจะสึกอย่างรวดเร็ว

underinflation

underinflation
การสึกของยาง

การสึกของยางเป็นผลมาจากแรงเสียดทานระหว่างถนนกับยางของคุณ และการเสียดสีและแรงเสียดทานเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย สูตรเนื้อยาง น้ำหนักการบรรทุก แรงดันลมยาง และ ระบบเครื่องยนต์ (เช่น การจัดวาง และพื้นผิวถนน)
เพื่อให้ยางมีการสึกที่เรียบ และสม่ำเสมอที่สุด จึงควรบรรทุกน้ำหนักที่เหมาะสมและดูแลลมยางอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยให้ยางมีพื้นผิวสัมผัสที่เหมาะสม สามารถกระจายน้ำหนักดี เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น
ดูวิดิโอด้านล่าง เพื่อศึกษาการสึกของยาง และดูว่าการตั้งศูนย์ล้อส่งผลอย่างไรต่อการสึกของยาง       

ความสำคัญของการตรวจสอบยางและกะทะล้อ  

*การตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนเดินทางช่วยเพิ่มความปลอดภัยและช่วยให้ขนส่งได้ทันเวลา นี่เป็นข้อกำหนดที่ต้องปฎิบัติตาม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเกจ์วัดลมยางที่ได้มาตรฐาน แล้วทำตามขั้นตอนด้านล่าง เราได้สร้างวิดิโอสองชุดเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นใช้งานได้อย่างถูกต้อง

6 ขั้นตอนในการตรวจสอบก่อนออกเดินทาง

1. ตรวจสอบแรงดันลมยางที่เหมาะสม ถ้าค่า PSI ต่ำกว่า 20%   ถือว่ายางแบนและควรเปลี่ยนยางใหม่ และยางล้อคู่ค่า PSI ควรไม่ต่างกันเกิน 10
2. ตรวจสอบฝาครอบวาล์ว เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย
3. ตรวจสอบการสึกหรอของดอกยาง และตรวจชอบความลึกของดอกยางที่เหมาะสม เพื่อศึกษาการสึกหรอของยาง
4. ตรวจสอบความเสียหายของยาง เช่น รอยตัด ฉีกขาด ในบริเวณแก้มยาง
5. ตรวจสอบกะทะล้อและน็อต เพื่อให้แน่ใจว่าเรียบร้อยดีหรือเป็นสนิมหรือไม่
6. ตรวจสอบระบบเบรก   

 

คำแนะนำในการดูแลรักษายางและความปลอดภัย: ข้อมูลทางเทคนิค

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการใช้ยางที่เหมาะสม: ดาวน์โหลดคำแนะนำทั้งหมดของเรา